อัพเดทสถานการณ์ ‘ไวรัสโคโรน่า’ (COVID-19) และแผนป้องกันเมื่อต้องรับงานขนส่งสินค้า”

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือโควิด-19(COVID-19)ว่า ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 5 ราย เป็นการป่วยแบบกลุ่มก้อน เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ผ่านมา แยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก 2 รายเป็นการสังสรรค์ร่วมกลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้ป่วย 11 รายก่อนหน้านี้ รายแรกเป็นหญิงไทยอายุ 36 ปี รายที่ 2 เป็นชายอายุ 37 ปี

กลุ่มที่ 2 อีก 3 ราย เป็นผู้เสี่ยงสูงของผู้ป่วยก่อนหน้านี้ที่เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปีกลับจากเกาหลีใต้ ปัจจุบันรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยรายที่ 1 ชายไทยอายุ 19 ปี เป็นน้องชาย เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ มีน้ำมูก มีเสมหะ เข้ารับการตรวจที่เอกชนเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 ปัจจุบันรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน รายที่ 2 เป็นหญิงไทยอายุ 29 ปี เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอแห้ง ไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 ให้ประวัติว่า ก่อนป่วย ไปเที่ยวสถานบันเทิงกับเพื่อนชายและเพื่อนอีก 13 คน และรายที่ 3 เป็นชายไทยอายุ 37 ปี เป็นเพื่อนผู้ป่วยยืนยันหญิงไทยอายุ 29 ปีโดยมีประวัติสังสรรค์ที่สถานบันเทิงร่วมกัน เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 ด้วยอาการเจ็บคอ มีน้ำมูก ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของเพื่อนเที่ยวกลุ่มนี้อีก 8 คน

ผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 75 ราย รักษาหายแล้ว 35 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 39 ราย เสียชีวิต 1 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 12 มีนาคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 5,496 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 3,992 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,504 ราย

เริ่มพบผู้ป่วยกลุ่มหลายรุ่น

ขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน มีผู้ป่วยหลายรุ่น (Generation) กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งผู้ประกอบการที่ผู้ป่วยไปรับบริการเพื่อดำเนินการทำความสะอาดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขรวมทั้งจะค้นหากลุ่มผู้สัมผัสเพิ่มเติม เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน ขอเตือนประชาชนว่าหากป่วย มีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้หยุดพักอยู่ที่บ้าน รีบพบแพทย์ พร้อมให้ประวัติเสี่ยงสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ หรือสังสรรค์กับเพื่อนที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค ให้แยกสำรับอาหาร แยกแก้วน้ำ ของใช้ส่วนตัวกับผู้อื่น ถ้าเราร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด กักกันตนเองเป็นเวลา 14 วันเมื่อกลับจากพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง จะช่วยให้ประเทศไทยชะลอการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในประเทศได้”

ในการดูแลบุคลากรด้านสาธารณสุข ส่วนของหน้ากากอนามัยN95 ขณะนี้มีการสั่งและเข้ามาแล้ว 4 หมื่นชิ้น ภายในวันที่ 14 มีนาคม 2563 โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะได้ครบทุกแห่ง 100 % และจะมีการนำเข้าเพิ่มเติมอีก 5 แสนชิ้น และขอสนับสนุนหน้ากากอนามัยทางการแพทย์จากประเทศจีน 180 ล้านชิ้น และN95 จำนวน 1 ล้านชิ้น”นายแพทย์สุขุมกล่าว

ประเทศจีนมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ลดลง จึงอาจมีการพิจารณาปลดรายชื่อประเทศจีนออกจากประเทศที่เป็นเขตโรคติดต่ออันตรายจากเดิมที่ประเทศไทยประกาศไปแล้ว 4 ประเทศ คือ จีน(รวมฮ่องกง มาเก๊า) เกาหลีใต้ อิตาลี และอิหร่าน ซึ่งคณะกรรมการด้านวิชาการตามพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558จะมีการพิจารณาในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆที่มีสถานการณ์การระบาดของโรค โดยมีผู้ป่วยมากเกิน 500 รายและผู้ป่วยใหม่ราว 100 รายต่อวัน อาทิ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น ขอให้ประชานดูแลตัวเอง หากเดินทางกลับมาขอความร่วมมือให้อยู่บ้าน อย่าออกไปสังสรรค์กับคนอื่น แยกทานอาหารจายเดียว เพื่อลดความเสี่ยงให้กับคนอื่นๆในชุมชน

Ezie corporation เป็นบริษัทที่อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า บริษัทตระหนักถึงความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้า และได้มีมาตรการในการป้องกันเชื้อไวรัส โควิด โดยการให้ผู้ขนส่งมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค(แอลกอฮอล์เจล) เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับทางลูกค้าที่ทำการขนส่ง และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าจะพอใจในการให้บริการของ Ezie Corporation



ขอบคุณภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจ, the standard

Scroll Up